สมิทธ'ชี้ภัยแล้งวิกฤติหนักถึงปลายปี ส.ค.-ก.ย


2019-07-06 12:26

จำนวนครั้งที่อ่าน : 11

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ว่า มาจากอิทธิพลเอลนินโญ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้ภัยแล้งจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งอินเดีย ปากีสถาน ผู้คนตายไปหลายร้อยคน รวมทั้งสหรัฐอเมริกา

'สมิทธ'ชี้ภัยแล้งวิกฤติหนักถึงปลายปี ส.ค.-ก.ย.เป็นอันตรายสุดไร้ปัจจัยเพิ่มน้ำไม่มีพายุเข้าแม้แต่ลูกเดียวเตือนรัฐบอกความจริง ปชช. อย่าโยนผิดกันไปมา แนะปชช.ใช้น้ำอย่างประหยัดกันอดตาย

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ว่า มาจากอิทธิพลเอลนินโญ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้ภัยแล้งจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งอินเดีย ปากีสถาน ผู้คนตายไปหลายร้อยคน รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ซึ่งตามการพยากรณ์อากาศของทั่วโลกประเมินว่าถ้าโลกเผชิญภาวะโลกร้อนไปอีก 8 ปี จะทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มขึ้น 400-500 เท่า จะเกิดน้ำท่วมโลก จากน้ำแข็งขั้วโลกเหนือและใต้ละลาย ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นจนท่วมเมืองที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เช่น กรุงเทพฯ น้ำจะท่วมสูง 4-5 เมตร เวียดนาม เซียงไฮ้ ท่วมหนักสุดจะมีคนตายเป็นพัน ๆ คน

สำหรับประเทศไทยปีนี้ภัยแล้งอยู่นานไปถึงปลายปี ตอนนี้ธรรมชาติส่อเค้าให้เห็นแล้วจากการมีพายุคลื่นลมแรงในทะเลจีนใต้ พัดร่องฝนขึ้นไปประเทศจีนหมด

ไม่กลับลงมาภาคเหนือและภาคกลางของไทย ฝนเทียมก็ทำได้น้อย เพราะสภาพอากาศแห้งแล้งมาก อย่าไปเชื่อนักวิชาการบางคนที่ไม่รู้จริง ออกมาบอกว่าฝนจะตก เพราะมีกลุ่มเมฆ มีฝนตกจุดนั้นจุดนี้ โดยไม่รู้ว่าเป็นเมฆบางอยู่ระดับสูง ไม่ใช่เมฆที่ตกมาเป็นฝนได้ “ประเทศไทยมีฝนจะตกได้จากอิทธิพลร่องฝน และพายุ หากเดือนนี้ และเดือนหน้า ไม่มีสองปัจจัยนี้ ประเทศไทยจบแน่ เกิดวิกฤติเลวร้ายที่สุด ไม่มีน้ำกิน คนไทยต้องช่วยตัวเองโดยการประหยัดน้ำ และคนในเมือง เตรียมหาที่เก็บตุนน้ำ ซื้อหาถังพาสติกสำรองน้ำไว้ก่อน

ส่วนเกษตรกรให้ขุดบ่อ หรือสระเล็กเก็บน้ำไว้เพื่อให้มีกินและสัตว์เลี้ยงไม่อดน้ำตาย ช่วงอันตรายสุดในเดือน ส.ค.-ก.ย. ไม่มีพายุจรเข้าเลยสักลูก

ทุกอย่างวิกฤติของจริง ไม่อยากนึกภาพจะขาดน้ำไปถึงปีหน้า เพราะถ้าเข้าเดือน ต.ค.-พ.ย. ร่องฝนลงใต้ไปแล้ว ไม่ตกภาคเหนือภาคกลาง อย่าไปเชื่อว่าจะใช้น้ำก้นเขื่อนได้อีก เพราะกรมชลประทาน มองเห็นระดับน้ำข้างบนว่ามีน้ำเหลือ แต่ไม่เคยลงไปดูก้นเขื่อน มีแต่กรวด ทราย ตะกอนดิน ที่สะสมมาเป็น 10 ปี จริง ๆ มีน้ำข้างบนนิดเดียว ได้แต่นั่งภาวนารอให้ฝนตก รัฐบาลและหน่วยงานราชการ อย่ามัวแต่โยนความผิดกัน ควรบอกความจริงประชาชน ชาวนาจะได้ไม่รอปลูกข้าว ถ้าหว่านไปเสียหายขาดทุนยิ่งแย่จะอดตายไปใหญ่ แค่น้ำจะกินยังไม่มีกันแล้ว ต่อไปมีเงินซึ้อน้ำมันใส่รถ แต่ไม่มีเงินซื้อน้ำกิน จะมีราคาแพงมาก" นายสมิทธ กล่าว

นายสมิทธ กล่าวอีกว่า อยากให้รัฐบาลไปดูประเทศเวียดนาม ตอนนี้เตรียมรับปัญหาขาดแคลนน้ำดิบไว้ล่วงหน้าอย่างดี

ซื้อเรือรบปรมาณู 5 ลำ ทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืดได้ ส่วนประเทศสิงค์โปร์ ไม่ต้องพูดถึงมีความมั่นคงเรื่องน้ำกินที่สุด สร้างเครื่องทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืดไว้พร้อม แต่ของไทยซื้อเรือดำน้ำไว้ดำในอ่าวไทยลึกเพียง 60 เมตร ดำก็ไม่มิด เครื่องบินข้างเห็นหมด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีรับสั่งไว้ว่าจะซื้อทำไม ซื้อมาก็ดำน้ำไม่ได้ สู้ไปซื้อเรือตรวจการณ์ชายฝั่งช่วยชาวบ้านได้ประโยชน์กว่า อยากให้รัฐบาลตั้งหลักหาทางผันน้ำโขง มาก่อนช่วงฤดูฝนนี้ เพราะเรื่องน้ำเป็นชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ.


หอการค้า จังหวัดอุบลราชธานี ก่อตั้งเมื่อ 2529 ทำหน้าที่ เป็นองค์กรภาคเอกชน ที่ให้คำปรึกษาด้านเศรษฐกิจ แก่ภาครัฐ ในรูปแบบ กรอ.จังหวัด และมีหน้าที่ สื่อสาร ส่งข่าว ให้สมาชิก ทราบความเคลื่อนไหว ภาวะข้อมูล เศรษฐกิจ ของ จังหวัดอุบลราชธานี บริหารงาน ด้วย นโยบายการพัฒนา สมัยใหม่ หากต้องการ ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงาน หอการค้า โทร. 045-243603